ตรวจ 5 จุดลดเสี่ยง “ซื้อบ้านไม่ได้บ้าน”
ธุรกิจบ้านจัดสรรเมืองไทยแม้จะเติบโตมาหลายสิบปี ผ่านมาแล้วหลายช่วงทั้งรุ่งโรจน์ เฟื่องฟู ชะลอตัวตกต่ำหรือถดถอย แต่ผู้บริโภคหรือคนซื้อก็ยังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่เสมอ อาจแตกต่างกันบ้างก็เฉพาะประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ ในภาวะที่ตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดเริ่มเข้าสู่ยุคบูม ใครๆ ก็หันมาซื้อขายที่ดินหรือพัฒนาโครงการ แม้ว่าปัจจุบันการจับเสือมือเปล่าไม่ได้กระทำกันง่ายๆ แต่ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างอะไรย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ฉะนั้นคัดกรอง ตรวจสอบไว้บ้างก็จะดี 


* โฉนดที่ดิน 
* ใบอนุญาตจัดสรร 
* ใบอนุญาตก่อสร้าง 
* ทุนจดทะเบียน 
* ชื่อเสียง, ผลงาน, ประวัติร้องเรียน

โฉนดที่ดิน ต้องเป็นของบริษัทผู้ดำเนินการเท่านั้น ที่ดินสำหรับทำโครงการจัดสรรที่ติดจำนองหรือมีภาระผูกพันกับธนาคารผู้สนับสนุนเงินกู้เป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ แต่ก็มีเหมือนกันที่บางโครงการเป็นที่ปลอดจำนอง แบบนี้ก็ปลอดภัยกว่า

ใบอนุญาตจัดสรร การจัดสรรที่ดินแปลงย่อยเกิน 9 แปลงต้องขออนุญาตจัดสรร การซื้อโครงการที่ได้ใบอนุญาตจัดสรรจะช่วยลดความเสี่ยงได้หลายอย่าง เช่น ถ้าโครงการไม่สร้างสาธารณูปโภคก็ยังมีเงินค้ำประกันอยู่ที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่สามารถเอาออกมาได้ การโฆษณาเกี่ยวกับโครงการต้องบอกข้อมูลใบอนุญาตจัดสรรด้วย เช่น ระบุเลขที่ใบอนุญาต หรือบอกว่ากำลังขออนุญาต

ใบอนุญาตก่อสร้าง การก่อสร้างอาคารทุกชนิดจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น อบต., เทศบาล, สำนักเขต, กรมโยธาธิการ ฯลฯ ถ้าได้ใบอนุญาตจัดสรรแล้วแสดงว่าได้ใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว ส่วนใหญ่มักแสดงเอกสารใบอนุญาตก่อสร้างไว้ในที่ที่ลูกค้าสามารถเห็นได้ชัดเจน และต้องแสดง/ระบุหมายเลขใบอนุญาตก่อสร้างไว้ในใบโฆษณาเช่นเดียวกับใบอนุญาตจัดสรร

ทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียนบริษัทควรสอดคล้องเหมาะสมกับมูลค่าโครงการ เพราะในกรณีที่มีปัญหาเกิดความเสียหาย (เจ๊ง) ทุนจดทะเบียนมีผลผูกพันถึงความรับผิดชอบของบริษัท

ชื่อเสียง, ผลงาน, ประวัติร้องเรียน นอกจากที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถหาข้อมูลเหล่านี้จากทางเว็บไซต์ต่างๆ จากคนที่เคยซื้อเคยอยู่ หรือเข้าไปดูโครงการให้เห็นกับตาตัวเองก็จะยิ่งดี





ที่มา Home Buyers' Guide ฉบับเดือน เมษายน 2556

ข่าวอสังหาฯ อัพเดต