ผู้จัดการ 360 ํ รายสัปดาห์์ ฉบับวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


ปิด ฉากลงแล้วสำหรับงานมหกรรมบ้านและสวนแฟร์ 2009 ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง เพราะครบรอบ10 ปี ของการจัดงาน
ภายในงานมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆสำหรับการตกแต่งบ้านมา แสดงมากมาย ซึ่งไฮไลต์ของงานในครั้งนี้ คือ บ้านดินผสมเหล็กซึ่งก่อสร้างภายใต้คอนเซ็ปต์ Conscious Design โดยแนวคิดดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยีการสร้างบ้านสองขั้วมาผสมผสานในการก่อ สร้างบ้าน ซึ่งเป็นการนำเสนอไอเดียในการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งนับวันราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงานสูงขึ้น จนทำให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ได้ แต่บ้านดินจะช่วยให้คนสามารถมีบ้านได้ง่ายขึ้น
Buatalah Studio ทีมภัณฑารักษ์ และบริษัท ไซต์ สเปซิฟิค จำกัด ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบ กล่าวว่า การก่อสร้างบ้านดินผสมเหล็ก เกิดจากการนำแนวคิด Re-thinking Architecture มาใช้ในการออกแบบ ซึ่งมาจากการตั้งคำถามที่เกี่ยวกับวิธีการสร้างบ้านในปัจจุบันว่า ทำไมยังคงสร้างบ้านด้วยวิธีเดิมๆ สำหรับบ้านดังกล่าวมีการนำเอาเทคโนโลยีการสร้างบ้านที่สามารถเรียกได้ว่า "ดึกดำบรรพ์" คือ การสร้างบ้านด้วยดินมาผสมกับเทคโนโลยีการสร้างบ้านที่ล้ำสมัย คือ การสร้างบ้านด้วยระบบ Prefabrication มาผสมผสานกันเป็นบ้าน ทั้งนี้เทคโนโลยีการสร้างบ้านทั้งสองอย่างนี้จะเป็นเครื่องมือที่สามารถตอบ ถึงปัญหาของการขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในปัจจุบันได้
ชุ ตยาเวศ ศินธุพันธุ์ หัวหน้าสำนักงานบริษัทไซต์ สเปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า บ้านดินนั้นสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกสภาพอากาศ ซึ่งส่วนผสมสำคัญในการสร้าง คือ ดิน ทราย และปูน โดยดินที่ดีที่สุด คือ ดินร่วน เพราะสามารถเกาะติดกันได้เป็นอย่างดี สัดส่วนในการผสม คือดินและทราย 95% ในขณะที่ปูนใช้เพียง 5% ส่วนระยะเวลาในการก่อสร้างขึ้นอยู่กับลักษณะของบ้าน ถ้าเป็นหลังเล็กใช้เวลา 3 วัน แต่ถ้าใช้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยที่ครบครันจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 สัปดาห์-1 เดือนขึ้นไปขึ้นอยู่กับขนาดบ้าน ซึ่งการก่อสร้างก็จะทำการอัดดินให้เป็นก้อนแล้วนำมาประกอบเป็นบ้านตามที่ออก แบบไว้ และหากไม่ต้องการให้บ้านมีความชื้นมากก็ต้องผสมทรายให้มากขึ้น เพื่อลดความชื้นที่จะเกิดขึ้น
สำหรับข้อดีของบ้านดิน คือ สามารถหาวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้ เช่น ดิน ทรายหรือส่วนประกอบอื่นที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมได้ อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าบ้านทั่วไปถึง 30-40% ส่วนข้อเสีย คือ อาจจะต้องเสียค่าซ่อมบำรุงมากกว่าบ้านทั่วไป
"บ้านตัวอย่างที่ นำมาโชว์จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภค สามารถนำแนวคิดต่างๆ ไปปรับใช้ได้ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น วิธีการสร้างบ้าน วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งสามารถที่จะทำให้บ้านมีคุณภาพที่ดีขึ้นในราคาที่ถูกลง โดยใช้เวลาในการก่อสร้างลดลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม"

 

ข่าวอสังหาฯ อัพเดต