เขาคือพระเอกภาพยนตร์แนวรักแทบจะทุกเรื่องที่เขาสร้างขึ้น  ไม่ว่าจะอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาภูมิใจว่าวันหนึ่งเขาได้ทำในสิ่งที่รัก  นอกจากการเป็นพระเอกแล้ว"ภูพิงค์พังสอาด" หรือ "พิง ลำพระเพลิง" ยังมีอีกหลายบทบาท ทั้งนักเขียน  นักร้อง ผู้กำกับที่ชายคนนี้จะสามารถทำได้
M-Lite ได้มีโอกาสบุกเข้าไปถึงบ้านพักของ "พิง ลำพระเพลิง" ในย่านห้วยขวาง ชายในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงสบายๆ หลากสีสัน ทำให้เราได้รู้ว่านี่คือวันพักผ่อนของเขาอย่างแท้จริง
"มันอาจจะรกไปหน่อยนะครับ  ผมน่าจะจัดให้มันดูเหมือนว่าเราแต่งบ้านหน่อยๆแต่ดูให้มันเป็นอาร์ตหน่อยละกัน" ทำเอาทุกคนหัวเราะครืน อย่างสนุกสนานทีเดียว
บนเนื้อที่ 40 ตารางเมตร  คือบ้านพักที่ผู้กำกับอารมณ์ดี พักมาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ย้ายมาอยู่เหตุผลที่เขาบอกทำให้เราทราบว่าผู้ชายคนนี้รักลูกมากแค่ไหน "เราย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะใกล้โรงเรียนลูกมากกว่า เมื่อก่อนลูกเรียนที่ระยอง  แต่เราเอาเขาเข้ามาเรียนที่นี่เพราะอยากให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และให้เขาได้เรียนรู้ความเป็นไทยมากขึ้นกว่าเดิมและตอนนี้เราก็อยู่กันสองคนพ่อลูก"
"ผมใช้เวลาทุกวัน และทุกชั่วโมง หากวันไหนไม่ได้ออกไปข้างนอก จะขลุกอยู่แต่ในห้องนี้ ดูเหมือนว่าในนี้จะไม่มีอะไรเพราะเราอยู่กันสองคนพ่อลูก แต่จริงๆ แล้ว มันบรรจุทุกอย่างที่เราชอบไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ  เพลง  หนัง  เปียโน  กีตาร์"
อันที่จริงก็เป็นอย่างที่เขาบอกจริงๆ เพราะทุกอย่างที่เราได้เห็นคือสิ่งที่เขาชอบ ซึ่งโชคดีที่ลูกของเขานั้นมีไลฟ์สไตล์ชอบดูหนัง ชอบอ่านหนังสือคล้ายๆ กัน จะออกมานั่งอ่านหนังสือกัน คนละมุม แต่มีอะไรก็จะคุยกันทุกเรื่อง  ดีกว่าให้ลูกนั้นหมกมุ่นอยู่กับแต่เกมเหมือนเด็กสมัยนี้
"จะเห็นว่าชั้นหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นบทสัมภาษณ์  ผมจะอ่านเพื่อเป็นข้อมูล จะไม่ค่อยชอบอ่านนิยายเท่าไหร่ เพราะเราเองเป็นคนเขียนนิยายอยู่แล้ว  จะอ่านพวกที่สามารถนำมาเป็นข้อมูลมาใช้ในงานเราเสียมากกว่า"
หลายคนอาจจะมองว่าของในห้องนี้มีแต่ของใช้ที่ไม่จำเป็นแต่สำหรับพิง ลำพระเพลิง แล้วทุกอย่างในห้องนี้สามารถหยิบจับใช้ได้ทุกอย่าง
"ผมชอบแต่งบ้านในแนวที่เราชอบมากกว่า ถ้าจะออกไปซื้อของตกแต่งบ้าน จะชอบไปเดินสวนจตุจักร ซื้อของแฮนด์เมดอย่างโทรศัพท์ในห้องนี้ก็ได้มาจากที่นั่น  ซึ่งมันสามารถใช้ได้จริงและในห้องผมจะใส่ทุกอย่างที่ผมสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด อย่างเปียโนดูแล้วอาจจะกินพื้นที่เกือบครึ่ง  แต่ผมแบ่งพื้นที่นี้ให้มัน เพราะมันคือความสุขของเราสองคน เอาไว้เป็นมุมนั่งเล่น  แต่งเพลง  และมันดีตรงที่เราต้องหาอะไรให้ลูกเสพมากกว่าการติดเกม  เขาอยากให้สอนเปียโน เล่นกีตาร์ ผมก็สอนเอง"
แม้ว่าในพื้นที่ 40 ตารางเมตร จะไม่มากมายสำหรับคนสองคน  แต่ทุกๆ ตารางเมตรสามารถทำกิจกรรมได้แทบทุกอย่าง  มีทั้งห้องนอน  ห้องน้ำ  ห้องครัว  ห้องนั่งเล่น  รวมไปถึงมุมโปรดของเขาที่เต็มไปด้วยหนังสือ
"ห้องนอนผมให้ลูกนอนครับ ส่วนผม ก็นอนตรงห้องนั่งเล่น  ดูทีวีไป  กางโซฟาที่คุณนั่งกันอยู่ออกมาได้เป็นเตียง  ผมก็นอนตรงนี้  ส่วนห้องครัว ก็ผู้ชายเราก็กินอะไรง่ายอยากทำกินกันส่วนใหญ่เมนูจะเป็นพวกกะเพรา ต้มยำ มากกว่า แต่ก็ไม่ค่อยทำกินกันเองหรอก  ผู้ชายก็อยู่กันแบบง่ายๆ ครับ"
"ผมไม่ได้รู้สึกว่าบ้านมันจะใหญ่หรือเล็ก  แต่ทุกอย่างในบ้านเราใช้เวลาแทบทั้งหมดไม่ว่าจะกิน นอน ทำงาน มันอยู่ในนี้ ของทุกอย่างคือสิ่งที่ผมสามารถเสพเข้าไป แล้วนำออกมาถ่ายทอดสู่ผลงานของผมได้จริง  แล้วมันก็วนเวียนกันอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ"

ข่าวอสังหาฯ อัพเดต